วิวัฒนาการของกระจกรถยนต์
จากกระจกธรรมดาสู่เทคโนโลยีล้ำสมัย

กระจกรถยนต์ ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบที่ช่วยให้เราเห็นท้องถนนเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีของยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากกระจกธรรมดาที่ทำจากแก้วธรรมดา ไปสู่กระจกอัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพแวดล้อม
กระจกยุคแรก: เรียบง่ายและใช้งานได้
กระจกธรรมดา : ในยุคแรก ๆ ของรถยนต์ กระจกหน้ารถทำจากแก้วธรรมดาที่เปราะบางและมีน้ำหนักมาก การออกแบบก็เรียบง่าย มองเห็นทัศนวิสัยได้จำกัด และไม่มีฟังก์ชันพิเศษใด ๆ

กระจกนิรภัย : ความปลอดภัยเป็นสำคัญ
กระจกนิรภัย (Tempered Glass): เพื่อเพิ่มความปลอดภัย กระจกนิรภัยถูกนำมาใช้แทนกระจกธรรมดา กระจกชนิดนี้เมื่อแตกจะแตกเป็นเศษเล็ก ๆ ที่ไม่คมชัด ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
กระจกลามิเนต (Laminated Glass): พัฒนาขึ้นมาจากกระจกนิรภัย โดยมีแผ่นฟิล์ม PVB (Polyvinyl Butyral) อยู่ระหว่างแผ่นกระจกสองชั้น ทำให้เมื่อกระจกแตก เศษกระจกจะยังคงติดอยู่กับฟิล์ม ไม่กระจายตัวออกไป

กระจกอัจฉริยะ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท
กระจกไล่ฝ้า มีลวดความร้อนฝังอยู่ภายใน ทำให้สามารถละลายน้ำแข็งและฝ้าได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
กระจกแสดงผล Head-up Display (HUD) โปรเจคภาพข้อมูลการขับขี่ เช่น ความเร็วรอบเครื่องยนต์ ระยะทาง ฯลฯ ขึ้นบนกระจกหน้ารถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นข้อมูลได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน
กระจกพร้อมเซนเซอร์กล้อง ( ระบบ ADAS ) ที่ทำงานร่วมกับระบบต่าง ๆ ภายในรถยนต์ เช่น เบรกอัตโนมัติ ระบบควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในเลน หรือ การขับขี่อัตโนมัติ
ซึ่ง กระจกรถยนต์ นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบที่ช่วยให้เรามองเห็นท้องถนนเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยที่ซับซ้อนในรถยนต์ยุคใหม่ โดยเฉพาะเมื่อผสานเข้ากับ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS: Advanced Driver Assistance Systems)

ทำไมกระจกถึงมีความสำคัญต่อระบบความปลอดภัย?
เป็นทัศนวิสัยของของผู้ขับขี่รถยนต์ กระจกเป็นส่วนติดต่อระหว่างผู้ขับขี่กับสภาพแวดล้อมภายนอก การมองเห็นที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจและปฏิบัติตามสัญญาณต่างๆ บนท้องถนน
เป็นพื้นที่สำหรับแสดงข้อมูล กระจกหน้ารถสามารถใช้เป็นจอแสดงผลสำหรับข้อมูลสำคัญ เช่น ความเร็วรถ ระยะห่างจากรถคันหน้า สัญญาณเตือนต่างๆ ผ่านระบบ HUD (Head-up Display)
เป็นส่วนหนึ่งของระบบเซนเซอร์ เซนเซอร์ต่างๆ ที่ใช้การทำงานของ ระบบ ADAS มักจะฝังอยู่ภายในกระจกหรือบริเวณรอบๆ กระจก เช่น กล้อง เซ็นเซอร์เรดาร์ เพื่อตรวจจับวัตถุ สภาพอากาศ และสัญญาณจราจร ( อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับระบบ ADAS คลิก !! )
